Monday, 5 December 2022

10 เกร็ดความรู้ ที่ซ่อนอยู่ในสัตว์ใกล้ตัว

23 Nov 2022
23

ปก 10เกร็ดความรู้-ที่ซ่อนอยู่ในสัตว์ใกล้ตัว

ความแปลกประหลาดของธรรมชาติอย่างสัตว์โลก ไม่ได้มีอยู่แค่สัตว์ป่าลึก สัตว์น้ำตัวใหญ่มหึมาที่ยากจะค้นพบหรือสัตว์ที่ห่างไกลจากมนุษย์ไปแล้วเท่านั้น แต่ความแปลกน่าอัศจรรย์ล้วนมีในสัตว์ใกล้ตัว รวบรวมความรู้รอบตัว ที่ซ่อนอยู่ในสัตว์ใกล้ตัว

1.ผีเสื้อกินน้ำหวานจากดอกไม้ชนิดไหนบ้าง ผีเสื้อมีปราสาทสําหรับการรับรู้รถส่วนหนึ่งอยู่ที่ขาหลัง โดยมันจะรับรู้รถได้จากการสัมผัสทําให้มันสามารถรู้ได้ว่าใบไม้ น้ำหวาน หรือดอกไม้ใดที่มันสามารถกินได้ ทั้งนี้ผีเสื้อยังมีต่อมรับรสอยู่ที่ปากของมันเหมือนกับมนุษย์ด้วย โดยปากของผีเสื้อมีลักษณะเป็นท่อครึ่งวงกลมคล้ายงวงช้างประกบกันเป็นหลอด เรียกว่า ใช้สําหรับไว้ดูดน้ำหวานหรือของเหลวต่างๆ ซึ่งที่ปลายท่อนี้มีต่อมรับรสอยู่ด้วย

2.มดหายใจอย่างไร มดไม่มีปอดเหมือนกับมนุษย์ และไม่ได้หายใจทางจมูก แต่ทั้งนี้ก็จําเป็นต้องใช้ออกซิเจนในการดํารงชีพระบบหายใจของมดประกอบไปด้วยถุงลมจํานวนมากตามร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ดูดซับออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ซึ่งอธิบายได้ว่ามดหายใจทางผิวหนัง ทั้งนี้เรายังสังเกตได้ว่ามดสามารถอยู่ในน้ำในช่วงเวลาหนึ่งนั่นเป็นเพราะมันใช้ออกซิเจนที่สะสมไว้ในร่างกายในการหายใจแต่เนื่องจากในน้ำมีออกซิเจนจํานวนไม่มาก ดังนั้นมดจึงอยู่ในน้ำได้ไม่นานนั่นเอง

มด-ไม่มีปอดแล้วหายใจได้อย่างไร

3.หมึก ทําไมไม่ใช่ปลา แท้จริงแล้วหมึกไม่ใช่ปลา เพราะปลาเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง แต่หมึกไม่มีทั้งนี้ หมึกจัดเป็นสัตว์จําพวกเดียวกันกับหอย ซึ่งไม่มีกระดูกสันหลัง เพียงแค่เป็นหอยที่มีพัฒนาการไปมากกว่าหอยธรรมดานั่นเอง ฉะนั้นเราจะเรียกหมึกว่าปลาหมึกอย่างที่คนทั่วไปเรียกกันไม่ได้ ปลาหมึกไม่ใช่ปลา

4.วัว ควาย มีสี่กระเพาะจริงหรือไม่ กระเพาะอาหารของวัวและควาย แบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน คือ หนึ่งกระเพาะผ้าขี้ริ้ว หรือรูเมน ใช้ย่อยเซลลูโลส จากพืชที่กินเข้าไป และสามารถสํารองอาหารออกมาเคี้ยวได้อีก เพื่อบดเส้นใยให้ละเอียด เพราะเหตุนี้เองจึงเรียกว่า สัตว์เคี้ยวเอื้องสอง กระเพาะรังผึ้ง หรือ เรติจูรั่ม ทําหน้าที่ย่อยนม สาม กระเพาะ 30 กลีบ หรือ โอมาชิม ทําหน้าที่ผสมและบดอาหาร และสี่ กระเพาะจริง หรือ อะโบมาซ่ำทําหน้าที่ย่อยอาหารและจุลินทรีย์ไปพร้อมกัน แล้วจึงส่งต่อไปยังลําไส้เล็ก เพื่อย่อยให้สมบูรณ์ ซึ่งด้วยการที่วัวและควายมีกระเพาะถึง 4 ชนิด จึงทําให้เส้นทางของระบบทางเดินอาหารของวัวและควายมีความยาวถึง 40 เมตรเลยทีเดียว

5.อุณหภูมิเลือกเพศลูกจระเข้ได้จริงหรือไม่ไข่ของจระเข้สามารถกําหนดเพศของลูกจระเข้น้อยได้ด้วยอุณหภูมิ โดยหากถูกฟักในอุณหภูมิต่ำกว่า 86 องศาฟาเรนไฮต์จะได้เพศเมีย และหากถูกฟักในอุณหภูมิสูงกว่า 94 องศาฟาเรนไฮต์จะได้เพศผู้ทั้งหมดนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า การฟักที่อุณหภูมิสูงนั้น ตัวอ่อนจะใช้ไข่แดงจนหมด ทําให้เหลืออาหารน้อย จนไม่เพียงพอต่อการพัฒนาไข่เป็นเพศเมีย

วัว ควาย สี่กระเพาะ

6.ทําไมกบต้องจําศีล กบเป็นสัตว์ตระกูลสะเทินน้ำสะเทินบก หรือที่เรียกกันว่าครึ่งบกครึ่งน้ำ ร่างกายของกบนั้นจะปรับอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้เองเมื่อถึงช่วงฤดูหนาว กบจึงต้องจําศีล โดยการมุดลงไปอยู่ใต้ดิน เพื่อหยุดกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะได้มีพลังงานไว้สํารองใช้ เพราะอุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวที่ลดต่ำทําให้อุณหภูมิในร่างกายกลบต่ำลงไปด้วย

7.ทําไมแมงมุมไม่ติดใยของตัวเอง ร่างกายของแมงมุมนั้นถูกสร้างสรรค์มาให้มันสามารถใช้ประโยชน์จากใยของมันได้อย่างอิสระละจําเพาะเจาะจง โดยไม่มีวันที่จะพลาดพลั้งติดใจกับดักของตัวเอง เพราะที่ขาทั้ง 8 ข้างของมัน มีต่อมสําหรับผลิตน้ำมัน เอาไว้สําหรับป้องกันความเหนียวจากใยของมันเอง รวมทั้งของแมงมุมตัวอื่นๆ ด้วยนั่นจึงเป็นเหตุผลที่มันสามารถเดินอยู่บนใยของตัวเองได้ แม้ว่าใยของมันจะเหนียวหนึบ จนกลายเป็นกับดักชั้นดีของแมลงตัวอื่นอื่นก็ตาม

8.นกขุนทองพูดได้จริงหรือ แท้จริงแล้วนกขุนทองไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ และไม่ได้เข้าใจในความหมายของประโยค หรือถ้อยําที่เราสอนให้มันพูด แม้แต่นิดเดียวแต่ที่มันพูดได้นั้นเป็นเพียงความสามารถเฉพาะตัวในการเลียนแบบเสียงของมนุษย์เท่านั้น นกขุนทองยังเป็นนกที่ไม่สามารถระบุเพศได้ด้วยตาเปล่าต้องใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจหาเพศเท่านั้น อาทิ ตรวจเลือด หรือ ดีเอ็นเอ เซ็กซี่

จระเข้ อ้าปากเพื่อระบายความร้อน

9.จระเข้อ้าปากเพื่อสาเหตุที่จระเข้เอาแต่นอนนิ่งและอ้าปากกว้างนั้น เพราะมันกําลังระบายความร้อนในร่างกาย เพื่อปรับสมดุลของอุณหภูมิตัวเองอยู่ ทั้งนี้จระเข้ไม่ได้มีเหงื่อเหมือนกับมนุษย์ ที่สามารถระบายความร้อนออกจากผิวหนังได้ดังนั้นมันถึงต้องอ้าปากกว้างกว้างเพื่อระบายความร้อนออกมาทางปากนั่นเอง

10.เสียงจิ้งหรีดบอกอุณหภูมิได้ความถี่ในการกรีดเสียงร้องของจิ้งหรีดนั้นจะช้าเร็ว ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสภาพอากาศ ด้วยคุณสมบัตินี่เอง จึงทําให้เราสามารถบอกอุณหภูมิของอากาศได้คร่าวคร่าว จากเสียงร้องของจิ้งหรีดซึ่งวิธีการคํานวณก็ง่ายๆให้ลองนับเสียงร้องของจิ้งหรีดดูว่า ในช่วงเวลาประมาณ 20 วินาที จิ้งหรีดร้องกี่ครั้ง จากนั้นให้นําเอา 40 บวกเข้าไปเลขที่ออกมาจะเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยโดยประมาณของพื้นที่ในบริเวณที่จิ้งหรีดร้องอยู่

จิ้งหรีด

สนับสนุนโดย ufa4k.vip